Please use this identifier to cite or link to this item: https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/552
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorจันทิมา, ณัฐกฤตา-
dc.contributor.authorอนุศร, สกุณา-
dc.contributor.authorกาญจนบุรางกูร, สุภาวดี-
dc.contributor.authorแก้วขาว, จักรพงษ์-
dc.date.accessioned2018-12-12T04:15:01Z-
dc.date.available2018-12-12T04:15:01Z-
dc.date.issued2558-03-30-
dc.identifier.urihttps://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/552-
dc.description.abstractงานวิจัยนี้ได้ศึกษาการเตรียมแก้วซิงค์แบเรียมฟอสเฟตที่มีปริมาณความเข้มข้นของซาแมเรียมออกไซด์แตกต่างกัน (0.00, 0.05, 0.10, 0.50, 1.00 และ 2.00 เปอร์เซ็นต์โดยโมล) ด้วยเทคนิคการหลอมแล้วทำให้เย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว ที่อุณหภูมิ 1200 องศาเซลเซียสตัวอย่างแก้วที่ได้จะมีความใสสม่ำเสมอ เป็นเนื้อเดียวกัน และมีสีเหลืองเพิ่มขึ้นตามความเข้มข้น ของซาแมเรียมออกไซด์ที่เพิ่มขึ้น และศึกษาสมบัติทางกายภาพและทางแสงของตัวอย่างแก้ว ผลการทดลองพบว่าความหนาแน่น และปริมาตรเชิงโมลของแก้วอยู่ในช่วงระหว่าง 2.9201±0.0016 ถึง 2.9950±0.0081 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรและ 47.3153 ถึง 47.5128 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อโมลตามลำดับ โดยความหนาแน่นจะไม่ขึ้นกับความเข้มข้นของซาแมเรียม ออกไซด์ ในขณะที่ปริมาตรเชิงโมลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามปริมาณความเข้มข้นของซาแมเรียมออกไซด์ การศึกษาสเปกตรัม การดูดกลืนแสงในช่วงความยาวคลื่น 200 - 2500 นาโนเมตรจะพบสเปกตรัมทั้งหมด 12 พีค คือ 402, 440, 470, 523, 562, 944, 1088, 1230, 1379, 1488, 1534 และ 1593 นาโนเมตร โดยที่ความยาวคลื่น 402 และ 1230 นาโนเมตร เป็นสเปกตรัมที่สูงที่สุดในช่วงที่ตามองเห็นและอินฟราเรดใกล้ ตามลำดับ ที่ความเข้มข้นของซาแมเรียมออกไซด์เท่ากับ 2.00 เปอร์เซ็นต์โดยโมลen_US
dc.subjectแก้วซิงค์แบเรียมฟอสเฟตen_US
dc.subjectซัมมาเรียมen_US
dc.subjectสมบัติทางกายภาพen_US
dc.subjectสมบัติทางแสงen_US
dc.titleการศึกษาผลของ Sm3+ ต่อสมบัติของระบบแก้ว ZnO : BaO : P2O5en_US
Appears in Collections:Conference

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
สกุณา อนุศร.pdf654.67 kBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.