<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection: รายงานการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 11 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม</title>
    <link>https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/28</link>
    <description>รายงานการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 11 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม</description>
    <pubDate>Wed, 24 Dec 2025 01:21:30 GMT</pubDate>
    <dc:date>2025-12-24T01:21:30Z</dc:date>
    <item>
      <title>ผู้นำกับการบริหารการศึกษายุคดิจิทัล Leader and Educational Management in Digital Era</title>
      <link>https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/788</link>
      <description>Title: ผู้นำกับการบริหารการศึกษายุคดิจิทัล Leader and Educational Management in Digital Era
Authors: น้ำใจดี, อารีย์; ยืนยาว, พิชญาภา
Abstract: การเปลี่ยนแปลงให้ทันยุคดิจิทัลนั้นเป็นความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ ผู้บริหารสถานศึกษา เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการ&#xD;
นำองค์กรให้เป็นองค์กรยุคดิจิทัลซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาการศึกษาแห่งศตวรรษที่ 21 หลักคิดในการนำไปสู่การพัฒนา&#xD;
คนได้นั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องคำนึงด้านต่าง ๆ คือ 1) ด้านกลยุทธ์ (Digital Strategy) กลยุทธ์ทางดิจิทัลที่ดีต้องสอดคล้อง&#xD;
และส่งเสริมให้องค์กรสามารถบรรลุพันธกิจ และวิสัยทัศน์ขององค์กร 2) ด้านความสามารถของบุคลากร (Workforce Skills)&#xD;
บุคลากรสำหรับองค์กรดิจิทัลต้องมีความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยี (Digital-Proficiency Workforce) ความสามารถในการ&#xD;
คิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ความสามารถในการทำงานแบบยืดหยุ่น (Agile) เพื่อให้สามารถจัดการโครงการภายใต้&#xD;
การเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับประโยชน์สูงสุด และ 3) ด้านวัฒนธรรมองค์กร (Culture) การเป็นองค์กร&#xD;
ดิจิทัลต้องมีความพร้อมในการปรับตัว ความว่องไวต่อการเปลี่ยนแปลง และความยืดหยุ่นในการดำเนินการThe transition to the digital age is a great challenge. Education executives are an important role&#xD;
in bringing organizations into the digital age organization, which is the foundation of the 21st-century study&#xD;
of the concept of leading the development of people. Executives are required to take into account the&#xD;
various aspects: 1) Strategic digital strategy, a good way to meet and encourage organizations to achieve&#xD;
corporate mission and vision, 2) The capabilities of the personnel (Workforce Skills) Digital organization&#xD;
must have knowledge of the technology (Digital-Proficiency Workforce), the ability to design thinking (Design&#xD;
Thinking) can be flexible to work with. (Agile) to be able to manage projects under change efficiently and&#xD;
get the most out of 3) Corporate Culture (culture) The digital organization must be ready to adapt.&#xD;
Agility, change, and flexibility to perform</description>
      <pubDate>Mon, 12 Jul 2562 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/788</guid>
      <dc:date>2562-07-12T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>สมรรถนะเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา Administrator’ Innovation Competency</title>
      <link>https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/787</link>
      <description>Title: สมรรถนะเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา Administrator’ Innovation Competency
Authors: ขาวสะอาด, กรกต; บุญเชิดชู, นภาเดช
Abstract: นวัตกรรมเป็นนโยบายสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก นานาประเทศต่างคาดหวังการ&#xD;
ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วยนวัตกรรมนักวิชาการและองค์การต่าง ๆ จึงศึกษานวัตกรรมและนำเสนอ&#xD;
แนวคิดใหม่ โดยผนวกเข้ากับแนวคิดสมรรถนะ เพื่อมุ่งหวังให้เกิดความสามารถที่โดดเด่นด้านนวัตกรรม เพราะเชื่อว่านัก&#xD;
นวัตกรรมที่มีสมรรถนะจะเป็นทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ และรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ&#xD;
ต้องการขับเคลื่อนนโยบายนวัตกรรมสู่สถานศึกษา จึงทำให้ผู้อำนวยการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาจำเป็นต้องพัฒนา&#xD;
ตนเองให้พร้อมต่อการจัดการศึกษาด้านนวัตกรรมให้แก่ผู้เรียน ซึ่งผู้ที่มีบทบาทและมีความจำเป็นต้องพัฒนาตนเองให้เป็น&#xD;
ผู้มีสมรรถนะเชิงนวัตกรรม ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา เพราะมีหน้าที่หลักในการจัดการศึกษา รวมถึงการนิเทศ ติดตาม&#xD;
ประเมินผลการจัดการเรียนรู้ของครู ทั้งยังจำเป็นต้องเป็นผู้ที่สามารถให้คำปรึกษาแก่ครู ดังนั้นหากผู้บริหารสถานศึกษาให้&#xD;
ความสำคัญด้านนวัตกรรมเป็นลำดับแรก และมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ย่อมมีโอกาสที่จะทำให้เกิด&#xD;
วัฒนธรรมด้านนวัตกรรมในสถานศึกษา ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการจัดการเรียนการสอนด้านนวัตกรรมอย่างมี&#xD;
ประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต</description>
      <pubDate>Mon, 12 Jul 2562 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/787</guid>
      <dc:date>2562-07-12T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การบริหารโรงเรียนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ รัตนโกสินทร์ศก 238 The School Administration with Information Technology in Rattanakosin Era 238</title>
      <link>https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/786</link>
      <description>Title: การบริหารโรงเรียนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ รัตนโกสินทร์ศก 238 The School Administration with Information Technology in Rattanakosin Era 238
Authors: บริสุทธิ์, พนมกฤต
Abstract: ในยุค ร.ศ 238 (พ.ศ.2562) เป็นยุคที่การศึกษาของประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศโดยเฉพาะเทคโนโลยี&#xD;
ที่พัฒนาไปตลอดเวลา ดังนั้นการเป็นผู้บริหารโรงเรียนนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการใช้เทคโนโลยีสารเทศเพื่อการบริหาร&#xD;
สถานศึกษาเพราะผู้บริหารนั้นไม่สามารถทำงานทุกอย่างได้และติดต่อประสานงานกับคนในองค์กร โดยการใช้เทคโนโลยี&#xD;
สารสนเทศเพื่อการบริหารโรงเรียน เพื่อเป็นผู้นำให้บุคลากรทุกฝ่ายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพผ่านระบบสารสนเทศเช่น&#xD;
การทำงานทะเบียน การตรวจพัสดุ การตรวจเอกสารโครงการของโรงเรียน เป็นต้น ดังนั้นเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยทั้งครู และ&#xD;
ผู้บริหารสถานศึกษาให้ปฏิบัติงานได้อย่างสะดวกและประหยัดเวลา เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพของการศึกษาไทยที่เป็นสิ่งที่จะทำ&#xD;
ให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองต่อไป</description>
      <pubDate>Mon, 12 Jul 2562 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/786</guid>
      <dc:date>2562-07-12T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ครูไทยในยุคการศึกษา 4.0 สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน Thai Teachers in Education Era 4.0 for Sustainable Academic Development</title>
      <link>https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/785</link>
      <description>Title: ครูไทยในยุคการศึกษา 4.0 สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน Thai Teachers in Education Era 4.0 for Sustainable Academic Development
Authors: ฤทธิจันทร์, สุพินดา
Abstract: ครูเป็นบุคคลที่สังคมให้ความสำคัญและยกย่อง ครูจึงเป็นคนต้นแบบในการจัดกระบวนการเรียนรู้ เป็นบุคคลที่ส่งเสริม&#xD;
และสร้างสรรค์การเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีคุณภาพ ซึ่งคุณภาพของผู้เรียนขึ้นอยู่กับคุณภาพของครู ครูผู้สอนในยุค 4.0 ต้องมี&#xD;
การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดทักษะด้านวิชาการให้มีประสิทธิภาพ ครูต้องเปลี่ยนบทบาทใหม่จากเคยเป็นผู้สอน ผู้ให้&#xD;
ความรู้มาเป็นผู้ที่คอยอำนวยความสะดวกหลังเลิกเรียน (learning facilitator) ในการจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และหนังสือ&#xD;
ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียนได้ รวมถึงครูต้องเป็นผู้แนะแนวทาง (guide/coach)&#xD;
ในการมอบความรู้ด้านวิชาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้เพื่อให้ผู้เรียนต่อยอดทางความรู้นอกเหนือจากวิชาการหลักที่เขาได้&#xD;
เรียนรู้ และที่สำคัญครูต้องอยู่เป็นผู้ร่วมเรียน/ผู้ร่วมศึกษา (co - learning/co - investigator) กับผู้เรียนเพื่อคอยสรุปเนื้อหา&#xD;
สาระสำคัญในบทเรียน เป็นผู้ตอบคำถามจากผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้ข้อมูลที่ถูกต้องในการสรุปเนื้อหาในแต่ละบทเรียน ครู&#xD;
สายพันธุ์ใหม่ในยุค 4.0 ต้องเปลี่ยนจุดสนใจหรือจุดเน้นจากการสอน ไปเป็นเน้นที่การเรียนทั้งของศิษย์และของครูไปพร้อม ๆ กัน&#xD;
ครูต้องเรียนรู้และปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้ที่ตนจัดให้แก่ศิษย์ด้วย ครูเพื่อศิษย์ต้องเปลี่ยนบทบาทของตนเองจาก “ครูสอน”&#xD;
ไปเป็น “ครูฝึก” และต้องเรียนรู้ทักษะในการทำหน้าที่นี้ โดยรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เพื่อเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง&#xD;
ที่เรียกว่า PLC (Professional Learning community) เพื่อการพัฒนาผู้เรียนอย่างยั่งยืน</description>
      <pubDate>Mon, 12 Jul 2562 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/785</guid>
      <dc:date>2562-07-12T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

