<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/11">
    <title>DSpace Collection: คณะครุศาสตร์</title>
    <link>https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/11</link>
    <description>คณะครุศาสตร์</description>
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/451" />
        <rdf:li rdf:resource="https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/37" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2025-12-25T05:38:33Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/451">
    <title>การพัฒนาตัวบ่งชี้การบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช</title>
    <link>https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/451</link>
    <description>Title: การพัฒนาตัวบ่งชี้การบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
Authors: มงคลสินธุ์, วณิดา
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาตัวบ่งชี้การบริหารงานวิจัยที่เหมาะสมกับมหาวิทยาลัย นวมินทราธิราช 2) ตรวจสอบความสอดคล้องของตัวบ่งชี้การบริหารงานวิจัยกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และ 3) จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการบริหารงานวิจัย วิธีการดำเนินการวิจัยประกอบด้วย         3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ยกร่างตัวบ่งชี้ที่เหมาะสมในการบริหารงานวิจัยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ขั้นตอนที่ 2 ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของตัวบ่งชี้การบริหารงานวิจัย โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และประเมินความถูกต้องของตัวบ่งชี้โดยการสัมมนาอิงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ขั้นตอนที่ 3 จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายโดยการประชุมข้อเสนอเชิงนโยบาย  ประกอบด้วย ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และ ผู้ใช้บริการมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช &#xD;
ผลการวิจัยพบว่า&#xD;
1. ตัวบ่งชี้การบริหารงานวิจัยที่เหมาะสมกับการประเมิน ติดตาม กำกับ การบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มี 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านผู้ใช้บริการ 2) ด้านบุคลากร 3) ด้านนโยบาย   4) ด้านการเงิน 5) ด้านกระบวนการภายใน &#xD;
	2. ตัวบ่งชี้การบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (χ2 = 101.20, df = 44, p = 0.00, RMSEA = 0.055, GFI = 0.96, AGFI = 0.93, Largest Standardized Residual = 0.029) และผลการตรวจสอบตัวบ่งชี้โดยบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในด้านความเหมาะสมของตัวบ่งชี้และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ของสถานศึกษา โดยภาพรวม มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก&#xD;
	3.	ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการบริหารงานวิจัยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชที่มุ่งเน้น       การพัฒนาองค์ความรู้ในการพัฒนาสังคมเมือง ควรจัดทำแผนแม่บทการวิจัยของมหาวิทยาลัยที่ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างคุณภาพการบริหารงานวิจัยให้เป็นเอกภาพเดียวกัน กำหนดแนวทาง    การวิจัยเป็นแบบบูรณาการที่เน้นชุดโครงการและเครือข่ายวิจัยมากกว่าการบริหารการวิจัย          รายโครงการ โดยโจทย์การวิจัยควรมีที่มาจากผู้ใช้ประโยชน์เป็นผู้กำหนดเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง รวมทั้งการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ การจัดองค์กรเป็นรูปแบบองค์กรยืดหยุ่น/นวัตกรรมกับรูปแบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงสถาบันการศึกษากับผู้ใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย และผู้สนับสนุนทุนการวิจัย สร้างเจตคติที่ดีต่อการวิจัย ปลูกฝังการบริหารการวิจัยเชิงคุณภาพ พัฒนาศักยภาพผู้ช่วยนักวิจัย และการประเมินผลการบริหารงานวิจัยครอบคลุมตามแผนแม่บท&#xD;
	ข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะให้มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชบูรณาการการบริหารงานวิจัยตามแผนแม่บทที่ครอบคลุมตัวบ่งชี้ด้านผู้ใช้บริการ ด้านบุคลากร ด้านนโยบาย ด้านการเงิน และด้านกระบวนการภายใน   บริหารจัดการงานวิจัยให้ตอบสนองต่อความต้องการของสังคม และเครือข่ายความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ ชุมชน และภาคเอกชน รวมทั้งประเมินผลการบริหารจัดการงานวิจัยตามแผนแม่บทเพื่อการสร้างคุณภาพงานวิจัยของมหาวิทยาลัยต่อไป</description>
    <dc:date>2018-06-22T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/37">
    <title>การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อการดาเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐ สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร</title>
    <link>https://publication.npru.ac.th/jspui/handle/123456789/37</link>
    <description>Title: การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อการดาเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐ สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร
Authors: เอกมหาชัย, อรวรรณ
Abstract: อรวรรณ  เอกมหาชัย.  (2561).  การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน&#xD;
การประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร.  วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. &#xD;
อาจารย์ที่ปรึกษา:  อาจารย์ ดร.ณัฐวรรณ  พุ่มดียิ่ง และ อาจารย์ ดร.นภาเดช  บุญเชิดชู &#xD;
คำสำคัญ:  หลักธรรมาภิบาล การประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนประถมศึกษาของรัฐ&#xD;
&#xD;
                                                                                  บทคัดย่อ&#xD;
&#xD;
     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียน 2) ศึกษาระดับการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน และ 3) วิเคราะห์การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารและครู จำนวน 258 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยมีค่าความตรงด้านเนื้อหาระหว่าง 0.67 ถึง 1.00 มีค่าความเที่ยงของแบบสอบถามด้านการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียน เท่ากับ 0.97 และการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน เท่ากับ 0.95 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า&#xD;
1. 	การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลอยู่ในระดับดีเยี่ยมทั้งภาพรวมและรายด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่อยู่ในลำดับสูงสุด รองลงมา คือ ประชารัฐ ความรับผิดชอบทาง&#xD;
การบริหาร และค่านิยมประชาธิปไตย ตามลำดับ&#xD;
2. 	การบริหารการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาอยู่ในระดับดีเยี่ยมทั้งภาพรวมและรายด้าน ได้แก่ คุณภาพผู้เรียนอยู่ในลำดับสูงสุด รองลงมา คือ กระบวนการจัดการเรียน&#xD;
การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา และ&#xD;
การดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาที่มีประสิทธิผล ตามลำดับ&#xD;
3. 	การบริหารตามหลักธรรมาภิบาล ได้แก่ ค่านิยมประชาธิปไตย (X2) และประชารัฐ (X3) เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน (Ŷtot) &#xD;
โดยสามารถร่วมกันทำนายได้ร้อยละ 53.20 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สมการวิเคราะห์การถดถอย คือ            Ŷtot = 0.68 + 0.50 (X2) + 0.30 (X3)</description>
    <dc:date>2018-06-15T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

